วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สอบถาม บริษัทที่ซื้อหนี้เสีย(NPL) พวกบัตรเครดิต มาจัดการทวงหนี้ สามารถฟ้องคดีได้ไหม ฟ้องจากยอดไหน

เจ้าหนี้สามารถโอนหนี้มาให้เจ้าหนี้รายใหม่ได้ กฎหมายเปิดโอกาสให้ทำได้
สำหรับยอดหนี้นั้น เค้าก็ฟ้องยอดเต็ม + ดอกเบี้ยผิดนัดอยู่แล้ว
ข้อต่อสู้ของลูกหนี้ในทางกฎหมาย คือ
1. คดีนี้ขาดอายุความหรือไม่ (อายุความ 2 ปี)
2. การโอนหนี้มีการโอนกันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
3. ลูกหนี้มีข้อต่อสู้อย่างไรกับเจ้าหนี้เดิม ย่อมยกขึ้นต่อสู้กับเจ้าหนี้รายใหม่ได้
4. ข้อนี้สำคัญมาก และ ไม่ค่อยมีลูกหนี้ต่อสู้กันเลย ทั้งๆที่ต่อสู้แล้ว หากเจ้าหนี้ไม่มีอำนาจแล้วล่ะก็ ศาลยกฟ้องเลยครับ แม้ว่ายอดหนี้จะเท่าใดก็ตาม
คือ ....... เจ้าหนี้มีใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการเรื่องบัตรเครดิตได้ตามกฎหมายหรือไม่
หากเจ้าหนี้ไม่มีใบอนุญาตล่ะก็ แม้ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต... ถือว่าเจ้าหนี้ไม่มีอำนาจปล่อยสินเชื่อบัตรเครดิตให้ลูกหนี้
และไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการเรื่องบัตรเครดิต (ส่วนใหญ่พวก non bank )
และถ้าหากว่าเจ้าหนี้ขายหนี้ให้พวก non bank เราควรต่อสู้เรื่องนี้ด้วยว่า ไม่ใช่เจ้าหนี้ที่มีใบอนุญาตเรื่องบัตรเครดิต
และไม่อาจฟ้องเรียกร้องให้ชำระหนี้ตามบัตรเครดิตได้ เพราะเจ้าหนี้ใหม่ ไม่มีใบอนุญาต ดังกล่าว



มีหลายคดีครับ แม้ว่าธนาคารจะมีใบอนุญาตให้ดำเนินการเรื่องบัตรเครดิต
แต่พอลูกหนี้ต่อสู้ในศาล แทนที่ธนาคารจะเอาเอกสารมายัน
กลับไม่เอามาสืบในศาล ให้ศาลเห็นว่าเจ้าหนี้มีใบอนุญาตเรื่องนี้
สุดท้าย ศาลยกฟ้องครับ 
คดีแบบนี้จับไก่มาหลายคดีแล้วครับ

ที่มา : http://pantip.com/topic/34531218

เมื่อโดนฟ้องบัตรเครดิต...อย่าได้กลัว

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติให้เรียกเก็บดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี แต่ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยให้เรียกได้ร้อยละ 28 ต่อปี .....?.....สถาบันที่ปล่อยเงินกู้ก็เลือกที่จะเรียกร้อยละ 28 ต่อปีสิครับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4001/2551
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 150 การใดมีวัตถุประสงค์

*****.....(1)เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย.....(2)เป็นการพ้นวิสัย หรือ.....(3).....เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

*****การนั้นเป็นโมฆะ
......(1)ข้อกำหนดซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ 8 แห่ง ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาต ตาม ข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ ไว้ในข้อ 4.4 (1)               .....(2)ข้อกำหนดดังกล่าวกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจอาจเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ เกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ทั้งนี้ดอกเบี้ยที่เรียกเก็บต้องไม่เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ (ร้อยละ 15 ต่อปี) โดยอัตรารวมสูงสุดของดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ ดังกล่าว รวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี (Effective rate)

.....(3)โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ โดยอัตรารวมสูงสุดไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี

.....(4)แต่ข้อเท็จจริงตามหนังสือแจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อบุคคลปรากฏว่า ในการที่โจทก์อนุมัติเงินกู้ให้แก่จำเลยจำนวน 18,900 บาท
-เงินกู้จำนวน 18,900 บาท นั้น

*****โจทก์เรียกเก็บดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละ 1.25 ต่อเดือน หรือร้อยละ 15 ต่อปี

*****และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ของวงเงินกู้ที่โจทก์อนุมัติ

*****กับค่าดำเนินการอนุมัติเงินกู้ซึ่งเป็นค่าบริการจำนวน 1,000 บาท ซึ่งสามารถคำนวณเป็นร้อยละได้อัตราร้อยละ 5.29 ของวงเงินกู้ที่โจทก์อนุมัติ

*****เมื่อรวมอัตราดอกเบี้ยค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินและค่าดำเนินการ การอนุมัติเงินกู้ซึ่งเป็นค่าบริการเข้าด้วยกันแล้วจะเป็นอัตราร้อยละ 30.29

.....(5)เมื่อรวมดอกเบี้ยและค่าบริการอื่นๆทั้งหมดแล้วก็เกินกว่าอัตราร้อยละ 28 ต่อปี ดังที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้

.....(6)โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมในอัตราดังกล่าว  
       .....(7)การที่โจทก์คิดดอกเบี้ยค่าบริการและค่าธรรมเนียมในอัตราดังกล่าว จึงเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและตกเป็นโมฆะตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ที่บัญญัติว่า “การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ”

*****เมื่อท่านถูกฟ้องคดีบัตรเครดิตหรือคดีทำนองเดียวกันนี้ก็ให้ท่านอ่านคำฟ้องและคำนวณอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมให้ดีหากอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันแล้วเกินอัตราร้อยละ ๒๘ ต่อปี ท่านก็ต้องชี้ให้ศาลเห็น เมื่อศาลเห็นแล้วศาลก็จะพิพากษาว่าอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเป็นโมฆะ เมื่ออัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเป็นโมฆะท่านก็มีหน้าที่ที่จะต้องชำระแต่เพียงเงินต้นเท่านั้น

สรุปว่า เหตุแห่งโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 มี 3 ประการคือ

*****.....(1)การที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย.....(2)การใดๆที่พ้นวิสัยที่จะปฏิบัติได้ หรือ.....(3).....การใดๆที่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

*****การอย่างใดๆในสามประการข้างต้นนั้นเป็นโมฆะ
................คดีแบบนี้ให้คิดไปถึงคดีสินเชื่ออื่นๆด้วยนะตรับ
ขอบคุณเครดิตจาก http://www.tnews.co.th/html/content/140715/

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

10 สิ่งที่บอกว่า ประเทศไทย โชคดีที่สุดในโลก !!!


ประเทศไทยเป็นประเทศที่โชคดีที่สุดในโลก !!!

เหตุผลที่ประเทศไทย เป็นสยามเมืองยิ้ม มีดังต่อไปนี้

1. ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางครัวโลก ไม่ต้องกลัวอดตาย มีอาหารกินตลอดเวลา และส่งออกไปทั่วโลก
อาหารไทย อร่อยๆคะ :
2. ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก มีป่าไม้ ภูเขา ทะเล ทองคำ จนได้ชื่อว่าดินแดนสุวรรณภูมิ
ธรรมชาติข้างถนนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เที่ยวไทยคะ border=.< : " />
3. ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเขตแผ่นดินไหวโดยตรง แนวแผ่นดินไหว อ้อมประเทศไทยทั้งประเทศ

ในขณะที่เกือบทั้งโลกอยู่ในเขตแผ่นดินไหวรุนแรง
4. ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเขตพายุรุนแรง นานๆจะเจอสักครั้ง

เพราะพายุไต้ฝุ่นส่วนใหญ่เกิดในทะเลจีนใต้ บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มาถล่มหนักเวียดนาม ลาว เขมร

และอ่อนตัวลง กลายเป็นพายุธรรมดาเมื่อเข้าประเทศไทย
พายุโทนาโด ถล่มที่อเมริกา 22 พค.54 :
5. ประเทศไทยไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก ในขณะที่ทุกประเทศในอาเซียนตกเป็นอาณานิคม
ประเทศในกลุ่มอาเซียน : อาเซียน
6. ประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้พ่ายแพ้ในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2
7. ประเทศไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ 

ในขณะที่ลาว กลายเป็นคอมมิวนิสต์ ล้มสถาบันกษัตริย์ ศาสนาไม่มีผู้อุปถัมภ์

ประเทศเขมร กลายเป็นเขมรแดง ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนชาติเดียวกัน และศาสนาถูกทำลาย
8. คนทุกชนชาติ และทุกศาสนาในประเทศไทยมีสิทธิ เสรีภาพ มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก
9. ประเทศไทย มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนัก 

เพื่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์กว่า 60 ปี

ทรงมีโครงการในพระราชดำริกว่า 3,000 โครงการ โครงการส่วนพระองค์ส่วนจิตรลดา

ทรงก่อตั้งมูลนิธิต่างๆมากมาย เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มูลนิธิพระดาบส มูลนิธิชัยพัฒนา เป็นต้น

ทรงอุปถัมถ์พระศาสนา ภ่าษาไทย วัฒนธรรม ประเพณี พระราชพิธี งานช่างหลวง

การศึกษา การแพทย์ การคมนาคม การอนุรักษ์ดินและนํา  ทรัพยากรป่าไม้ ป่าชายเลน

เกษตรทฤษฎีใหม่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ
 
10. พระพุทธศาสนา เจริญที่สุดในโลกในประเทศไทย
เพราะประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกและทรงเป็นพุทธมามกะ

ซ้ำแล้วขออภัยน่ะค่ะ ... แต่ที่ดูมาแล้วรู้สึกประทับใจข้อ 9 มากที่สุด 

โปรดระวัง ท่านอาจจะถูกบริษัท Global Advertising หลอกลวงท่าน

เอามาย้ำเตือนกันอีกครั้งครับ 
ตราบใดที่ไม่มีผู้หลงเชื่อพวกนี้ ไม่มีคนไปสมัคร ไม่มีคนคลิ๊กเข้าไปดู มันก็จะสูญพันธ์ไปเอง 

โปรดระวัง ท่านอาจจะถูกบริษัท Global Advertising หลอกลวงท่าน


หากท่านได้รับข้อมูลทางอีเมลล์ของท่านว่า สามารถสร้างรายได้เสริมได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ท ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัทอะไรก็ตาม เป็นการหลอกลวงของพวกบริษัท
Global Advertising ทั้งนั้น เมื่อท่านกรอกข้อมูลของท่านไป สักพักจะมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทดังว่า โทรมาหาท่านเพื่อนัดให้ท่านเข้ามาดูระบบ (ระบบที่หลอกลวง มันตั้งขึ้นมายังนั้นแหละ แต่ที่จริงแล้วทำไปแล้วไม่ได้เงินเลย มีแต่เสียเงินทั้งนั้น)

พวกมันจะหว่านล้อมให้ท่านไปฟังระบบการทำงานที่พวกมันว่าเป็นการทำงานที่สุดยอด ซึ่งไม่ใช่อย่างที่คิด พวกมันก็จะมีการนัดให้คนใหม่ๆ มาซึ่งจะมีทุกวันอังคาร พฤหัสบดี ซึ่งสองวันนี้จะจัดเวลา 18.30 น. จัดที่อาคาร All Season ชั้น 24 หรืออาจจะจัดนอกสถานที่ อาจจะเป็นโรงแรมเอเซีย ชั้น 3 หรือเป็นโรงแรมวินเซอร์ ซอยสุขุมวิท 20 หรืออาจจะเป็นโรงแรมแอมบาสเดอร์ ซอยสุขุมวิท 11 และทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 น., 14.00 น. ส่วนใหญ่จะจัดที่โรงแรมตามดังกล่าว และเวลา 19.00 น. จะจัดที่อาคาร All Season ชั้น 24
 

ซึ่งเมื่อคนที่เป็นคนใหม่ก็จะมีเบี้ยวบ้าง และบางคนที่ต้องการหางานเสริม หรืองานหลัก หลงเชื่อและมา ซึ่งจะเป็นการอบรมประมาณ 4 ชั่วโมง (แต่โกหกคนใหม่ๆ ว่าอบรมประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง) ซึ่งการอบรมจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกจะเป็นเรื่องมั่วๆ มีแต่น้ำ และพูดอ้อมๆ และมาเฉลยว่าเป็น HERBALIFE และก็จะให้คนที่ทำอยู่นั้นออกมาหลอกคนใหม่ๆ ว่ามีรายได้อย่างโน้นอย่างนี้ (แต่ที่จริงแล้วหรอกลวงทั้งนั้น พวกนั้นไม่มีเงินจะกินข้าวด้วย แต่ต้องทำตัวรวย ถ้าใครไม่เชื่อนะ ลองเข้าไปดูก็ได้ จะมีคนที่แต่สูทผูกไทส่วนหนึ่ง และที่เหลือจะเป็นคนที่ทำงาน ลองสังเกตดูได้ว่า ถ้าคนมีเงินเขาแต่ตัวกันอย่างนี้เหรอ)

แต่เท่าที่รู้มานะว่าบริษัทนี้ใช้ช่องว่างของแผนการตลาดของ HERBALIFE ในการทำธุรกิจ หลอกคนเข้ามาลงทุน ซึ่งถ้าเป็นการทำงาน Herbalife ที่เขาทำกันจริงๆ แบบขายตรงจริงๆ คนที่ทำก็จะได้เงินจริง และไม่มีการต้องมาเสียเงินลงทุนและไม่ได้อะไรเลย ซึ่งต่างจากการทำการตลาดของคนที่ทำ Herbalife ปกติ ซึ่งบริษัท นี้ทำให้ระบบของการขายตรงเสียไปหมด ซึ่ง HERBALIFE มีผลิตภัณฑ์ดีจริงๆ แต่พวกมันทำเสียหมด เน้นให้คนมาลงทุน แต่ไม่มีระบบในการช่วยขายของอย่างจริงจัง คือทำเป็นมีระบบอินเตอร์เน็ตในการช่วยหาคนและขายของ แต่พอทำจริงๆ แล้ว มันไม่ได้อย่างที่พวกมันบอกเอาไว้หรอก พอมีคนใหม่มาลงทุนในเดือนนี้พวกมันก็จะมีเงินใช้ พอพวกคนใหม่เข้ามาแล้ว ขายของไม่ได้ เริ่มเคลียด เมื่อลงทุนไปแล้วก็ต้องเอาคืน ดังนั้นจะเป็นวัฎจักรอย่างนี้ตลอดไป ถ้าใครโชคดี ก็อาจจะได้เงินเปลี่ยนต่ำแหน่ง แต่ถ้าใครทนแรงกดดันไม่ไหว ก็เลิกทำไป ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียน นักศึกษา คิดเป็น 90% และที่เหลือจะเป็นคนทำงาน ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กนัำกเรียนนักศึกษาเพราะว่าเด็กพวกนี้หัวอ่อน กล่อมง่าย ถ้าเป็นผู้ใหญ่เกลี้ยกล่อมยาก จึงทำให้คนที่ทำที่นี่จะเป็นเด็กสะส่วนใหญ่ (แต่ถ้าหลวมตัวไปทำแล้ว และรู้สึกว่าไม่ Work เลย ถ้าทำไม่เกิน 6 เดือนให้เอาของไปคืนที่บริษัท Herbalife ตรงนะอย่าเอาไปคืน Upline มิฉะนั้นจะโดนพวกมันหลอกไม่ให้เอาไปคืน เพราะถ้าเอาของไปคืนแล้วพวกมันจะต้องถูก Herbalife หักเงินในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป)
 

เมื่อท่านทนฟังต่อไป จะมีวิทยากรอีกท่านขึ้นมา และบอกว่าชีวิตพวกมันสุดยอดยังไง (จะไม่สุดยอดได้ไง เพราะหลอกคนที่เข้ามาฟังได้รอบละ 300-400 คน) พอฟังไปฟังไป สรุปสุดท้ายจะขายบัตร ให้ไปงานที่พวกมันเรียกว่า STS ที่จัดขึ้นที่โรงแรมข้างต้นนั่นแหละ มันก็เวียนกันไปนั่นแหละ ถ้าใครไม่ไปมันหลอกด่าอีก ว่าชีวิตนี้จะไม่คิดเปลี่ยนแปลงอะไรเลย คนที่ฟังจะดูแย่ไปเลย ถ้าท่านตัดสินใจไปงานของมัน ก็จะต้องเสียเงิน 600 บาท ให้พวกมัน ซึ่งไม่รู้ว่าได้กำไรต่อหัวเท่าไหร เพราะค่าอาหารที่โรงแรมพวกนี้ไม่น่าจะเ้กิน 400 บาทหรอกแล้วที่เหลือหละ ไปไหน คงเป็นกระเป๋าพวกมันมั้ง
 

ถ้าท่านเข้างาน STS ท่านจะต้องนั่งทนฟังพวกมันพูดแต่สิ่งดีดี ทั้งวัน อวดรวยอย่างโน้นอย่างนี้ น่าเบื่อมาก พอกินอาหารกลางวัน บอกว่าเป็นอาหาร International Buffet พอเห็นอาหารเหมือนอาหารร้านข้าวแกงธรรมดา อาหารก็ไม่อร่อย ที่นั่งก็ไม่พอ และไอ้พวกที่ทำอยู่ที่บริษัทนี้ยังแย่งคนใหม่กินอีก แทนที่จะเสียสละให้คนใหม่ก่อน (พวกมันตายอดตายอยาก นานๆ จะได้กินอาหารเต็มมื้อสักที เห็นกินแต่มาม่า) และก็ไอ้พวก Upline ระดับสูงไม่ได้ออกเงินซื้อบัตรเข้างานด้วย แถมยังเอาเงินที่คนใหม่จ่ายเป็นค่าบัตรไปจ่ายเป็นค่าอาหารของพวก Millionaire ขึ้นไป ซึ่งพวกนี้จะไม่กินอาหารเหมือนพนักงานและคนที่ซื้อบัตรเข้างาน พวกนี้จะไปกินห้องอาหารจีน หรือห้องอาหารญี่ปุ่น ซึ่งพวกมันไม่ได้จ่ายเงินทั้งนั้น พวกมันไม่มียางอายเลยสักนิด บาปกรรมมากไอ้พวกหลอกลวง
 

พอจบงานบอกว่าจะเลิกประมาณ 4 โมงครึ่ง ล่อไปทุ่มกว่า มันไม่เคยพูดความจริงสักอย่าง และก็ยังนัดให้เข้าไปฟังพวกมันพูดพร่ำที่บริษัทในวันจันทร์อีก เพื่อไปรับฟังว่าจะเริ่มทำเลยหรือเปล่า ถ้าทำ ก็จะต้องหาเงิน เพราะคนที่เข้างานก็อยากเป็น Supervisor เพื่อจะได้มีรายได้หลายทาง (แต่ต้องลงทุนสูงมากๆ ถ้าลงทุนสูงแต่ระบบที่พวกมันบอกว่าสุดยอดจริง ก็น่าลงทุนหรอกเพราะมีหลายโปรแกรม คือลงทุนตั้งแต่ 1475 บาท 38000 บาท 85,000 บาท 145,000 บาท แต่จริงๆ แล้ว มันจะหลอกเอาเงิน และพวกมันจะได้ค่าลิขสิทธิ์ เอาไปใช้ในชีวิตของพวกมัน และบอกว่าชีวิตพวกมันสุดยอด ทำนาบนหลังคนอื่น เอาเปรียบคนอื่นทั้งนั้น แต่ถ้าไม่มีคนใหม่หลงเชื่อจ่ายเงินลองดูสิว่ามันจะเอาเงินมาใช้จ่ายได้ยังไง)
 

และนี่เห็นว่าจะย้ายออฟฟิตจากอาคาร All Season ตึก Capital ชึ้น 24 ไปอยู่ที่ตึก Empire ตรงแถวถนนสาทร ลง BTS ช่องนนทรี เพราะว่าที่นั้นใหญ่กว่า พวกมันกะจะหลอกคนให้มากกว่า เห็นบอกว่าสถานที่จะใหญ่กว่าที่เก่าถึง 3 เท่า พวกมันกะรวยกันเลย



ถ้าคุณได้รับข้อความนี้แล้ว และไม่อยากโดนพวกมันหลอก คุณควรส่งข้อความนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เผื่อบางที่คนที่คุณรู้จัก อาจจะเป็นคนในครอบครัวของคุณก็ได้ จะได้ไม่โดนไอ้บริษัทเลวๆ นี้หลอกลวง




เพิ่มเติมอีกนิดครับ
ทำหน้าที่ส่งเมลล์รายได้ 10,000-50,000   บาทต่อเดือน

อายุ 17ปีขึ้นไป (ไม่จำกัดวุฒิ)

ใช้ Internet และ คอมพิวเตอร์พื้นฐานได้

แบบฟอร์มสมัครงาน   คลิก!!!!!           """



เนี่ย....... มันเป็นยังไง มันทำแล้วได้เงินจริงหรอ

ก่อนจะไปเจ้าของกระทู้ ยังชั่งใจอยู่ว่า มันจะได้จริงหรอ งั้นคนไม่ต้องออกไปทำงานประจำกันแล้วมั้ง
ส่งอีเมลอยู่กับบ้าน ได้เงินขนาดนั้น

วันแรก ก็ไปที่ตึก ออลซีซั่น  ตรง ถนนวิทยุ ตรงข้ามสถานทูตอเมริกา
มันก็นัดไปฟังๆๆๆ ซึ่งก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยนอกจากที่รู้ๆมาว่า
ทำงานผ่านเน็ต ส่งอีเมลหาลูกค้า ซึ่งจากที่ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยนอกจากข้อมูลเดิมๆ เขาก็นัดให้มาใหม่ที่โรงแรมวินด์เซอร์

วัน รุ่งขึ้น จขกท. โดนโทรมาปลุกแต่เช้าเพื่อให้ไปโรงแรม พอถึงโรงแรม ที่หน้างานก็ บอกว่า ต้องจ่ายค่าเข้าร่วมงาน600บาท เพื่อเป็นค่าส้มนาและค่าอาหารกลางวัน ถ้าไม่ฟังวันนี้ ก็จะพลาดโอกาส เพราะเขาเป็นธุระกิจโครตยิ่งใหญ่ต้องเวียนจัด ซึ่งอาทิตย์หน้าจะต้องไปจัดที่เกาหลี (จริงๆจัดทุกอาทิตย์แหล่ะ) หลังจากเข้าฟังๆๆๆไปก็ยังไม่ได้คำตอบอะไร มีแต่คนมีพูดถึงความสำเร็จที่ว่า ได้เดือนเป็นแสนเป็นล้าน

อย่าว่าอย่างงู้นงี้เลย เพราะคนที่บอกว่าได้เป็นแสนเป็นล้านนี่ดูหน้าตาการแต่งตัว คือมันไม่ใช่อ่ะ

เจ้า ของกระทู้เริ่มเบื่อเพราะรู้สึกว่าที่ฟังมามันยังดูแปลกๆ แค่ส่งอีเมลได้เป็นแสนเป็นล้าน จนเจ้าของกระทู้แบบ เอาวะ รอกินข้าวโรงแรมให้สมกับที่จ่ายไป600ก่อนแล้วกัน แล้วไปเดินเล่นสยามดีกว่า ปรากฏ กินข้าวเสร็จจะออกแล้ว

เจ้าของกระทู้โดนด่าเลย ที่ลุกออกจากงาน ไม่มีมารยาท -*-

ก็เลยเอาวะ ไม่ออกก็ได้เอาให้มันรู้ไปเลยว่านี่คืองานอะไรกันแน่
ปรากฏ นั่งไปทั้งวัน จนงานเลิก เกือบๆ6โมงเย็น เจ้าของกระทู้ก็ยังไม่เข้าใจว่ามันงานอะไรกันแน่ ถามใครก็ไม่มีใครตอบ

ปรากฏ ท้ายงาน ก็มีคนมาบอกว่า พรุ่งนี้ต้องกลับบไปที่ตึก ออลซีซั่น ใหม่
เพื่อฟังเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็จะบรรจุขอมูลของเราลงดาต้าเบท ของบริษัทเลย

เรา ก็กลับไปในวันรุ่งขึ้น ก็นั่งฟังตั้งแต่4โมงเย็นจน2ทุ่ม ก็ยังไม่ได้ข้อมูลอะไร พูดจา เวิ้นเว้อ จนกระทั่ง30นาทีสุดท้ายถึงบอกความจริงว่านี่คือธุระกิจขายตรง ให้เราไปขายของเฮอร์บาไลฟ์ โดยต้องเสียเงินค่าส่งทุน เป็น ซุปเปอร์เวเซอร์38,000บาท เพื่อนำผลิตภัณท์ไปขายต่อ

แบบ โหววววว ทุกวันนี้ จขกท. ยัง งง ว่า มันเกี่ยวกะงานอีเมลยังไง

อาทิตย์นึง มีคนถูกหลอกไปร่วมงานนี้กว่า 500คน

อาหาร โรงแรมก็จริงแต่มันเป็นอาหารพื้นๆเลยนะ ให้เต็มที่ ค่าอาหาร300บาท/คน แล้วเก็บ600บาท/คน แล้วอาทิตย์นึงคนไปร่วมงานเป็นหลายร้อยคน

แบบฟังดูแล้วไม่ค่อยแฟร์กับคนที่ไม่รู้เรื่องเลยอ่ะ



-----------------------------------------



แต่ของผมโดนเพื่อน และรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยโทรมาให้ชื้อของที่นี้ บอกว่าจะลดความอ้วนได้ตามโปรแกรมต่างๆที่วางไว้ ช่วงนั้นผมโดนโทรมาเกือบทุกวัน วันละหลายเวลา จนผมทนไม่ไหว ต้องว่ากลับไป จนทุดท้ายเลิกคบเพื่อนและน้องๆคนนั้นเลยครับ ประมาณว่าเสียความรู้สึก

ส่วน เรื่องอีเมล์ พวกที่ส่งเมล์ ก็เปลี่ยนเมล์ทุกวัน สมัครเมล์ใหม่ทุกวัน ที่สำคัญคนที่ส่งเมล์มาให้เรา เขาได้เงินนะครับ ประมาณว่าทำนาบนหลังคน ตัวเองได้เงินจากการสร้างความรำคาญให้คนอื่น

ตอนนี้บริษัทแบบนี้ทำเป็นขบวนการแล้วนะครับ 




---------------------------------------------




ผมโดนรุ่นพี่ชวนไปทำครับ

คือผมเริ่มหมั่นไส้ บริษัทหอกนี่ก็ตรงนี้แหละ มันจะขย้อนๆบอก เหมือนพวกขี้ติดตูดทำไม บอกมาให้หมดเลยสิ ว่าจะให้ทำอะไรมั่ง วันไหน ยังไง
ขายอะไร ทำอะไร รวยยังไง นัดไปทำหอกอะไรซ้ำซากหลายๆวัน
ตอนนั้นผมเิริ่มแบบไม่อยากจะยุ่งด้วยแล้ว ติดที่ว่ารุ่นพี่เป็นคนชวน

ที นี้เค้าจะอธิบายวิธีการทำงานของที่นี่ ว่า ขั้นแรกอยากจะขายสินค้า ต้องมีเงินเปิดบัญชีถึง 37000 แต่ว่าเค้าจะมีทางที่จะช่วยเรา หาเงิน 37000 นั่น

"คือเราต้องช่วยเค้าขายสินค้าจากคนใกล้ตัว แล้วเราจะได้ส่วนแบ่งจนถึง 37000 ทำให้เราเปิดบัญชีอะไรนั่นได้"

คน ใกล้ตัว ซึ่งนั่นก็คือเพื่อน หรือเพื่อนของเพื่อน เนี่ยแหละ ทำให้ผมเริ่มหมั่นไส้อีก คิดว่าเพื่อนหรือเพื่อนของเพื่อนผม มันจะมีตังซื้อสินค้าไอ้นี่ที่ราคา 3000 บาท รึไง (ถ้ามีก็แล้วไป) แต่คนเรามันไม่เหมือนกัน สังคมไม่เหมือนกัน ทำวิธีนี้ทุกคนไม่ได้หรอก

ซึ่งสุดท้ายแล้ว ผมก็ทำวิธีนี้ไม่ได้ ถึงเพื่อนผมจะอ้วนเป็นโขลงๆเลยก็ตาม
"แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีตังซื้อไอ้สินค้าที่ทำให้หุ่นเพรียวนี่"

"ผมไม่ชอบเลย ที่นี่มันขายของยังกะขายลูกอม"

สุดท้ายผมทำวิธีนี้ไม่ได้ ที่ปรึกษาระดับสูงๆ ก็เลยมาบอกผมว่า

"เมิงไม่มีตังค์ใช่มั้ย (คือไอ้บริษัทนี่ใช้วาจาสุนัขไม่รับประทานในการสนทนากันครับ)"
" ตอนเริ่มต้น รุ่นพี่เมิงก็ไม่มีตังเหมือนกัน แต่ว่าเขาขวนขวายหาตังมาจนได้"(เอาเริ่องความมานะบากบั่น มากล่อมให้ตูละอายแก่ใจอีก -*-)
"เพื่ิอนเมิงน่ะ มีมั้ย"
"เพื่อนเมิงซัก 10-20 คน ยืมคนละพันสองพันเมิงก็เปิดบัญชีได้แล้ว"

ตรงนี้แหละที่ทำให้ผมฉุนกึ้ก กับไอ้ที่ปรึกษาระดับสูงคนนี้ แถมมันยังบอกอีกว่า

"ตอนสมัยรุ่นพี่เมิงก็เหมือนเมิงนี่แหละ"(มีเปรียบเทียบอีก)
"ตอนแรกทำยังไงมันก็ไม่ยืม จนสุดท้าย กรูนี่แหละ เรียกให้มันมานั่งข้างหน้ากรู แล้วให้มันโทรยืมเพื่อนมัน ต่อหน้ากรูนี่แหละ"
"ปากเมิงมันก็บอกว่า ทำไม่ได้ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ลงมือทำเลย ทำไมเมิงเป็นคนแบบนี้วะ"(หอกเอ้ย มาเสี้ยมสอนตูอี้กก)

สุดท้ายแล้ว ผมเลยตัดสินใจเลิกยุ่งกับไอ้บริษัทนี่ทันที
ผมเชื่อ ว่าทำแล้วมันได้ตังค์จริง แต่ผมเกลียดวิธีการของเค้า
ใครมีทุนหน่อย จะลองลงทุนดู แล้วก็เสียเวลาไปนั่งฟังประชุมทุกวันก็ลองละกันครับ อาจจะรวยเงินล้านจริงๆก็ได้

สินค้าเค้าดีจริงครับ ผมเคยลองใช้มาบ้าง แต่การทำงานที่นี่อุบาทว์ต่างจากสินค้ามากครับ





------------------------------------




หุหุหุๆ ไอ้ยี่ห้อนี้ บ้านเราเคยโดนเป็นแสนๆเลยนะ  ไอ้ซุปเปอร์ไวเซอร์นี้

แต่แม่กับพี่สาวเราโดนล้างสมองไปแล้วก็ขี้เกียจจะไปขัด

ทะเลาะกันบ้านแทบแตก  มีบังคับไปประชุมที่รีสอร์ทวังตระไคร้ด้วย

จะได้หนีไปไหนไม่ได้  โดนล้างสมองเต็มๆ ให้ไปนั่งตบมือ

คนนี้สำเร็จคนนั้นสำเร็จ    คุณก็เป็นอย่างผมได้

(ไปเป็นเพื่อนแม่เรานั่งฟังมันเป็นวันยังไม่เข้าใจเลย ใครพูดอะไรก็ตบมือๆ)

พอเป็นซุปแล้ว ก็จะได้ลด 50% เฉพาะ ตอนนี้เท่านั้น

ต้องซื้อตุนอย่างงั้นอย่างนี้ เสี้ยมมันทุกวันกำไรเห็นๆ รวยแน่ๆ

ถามว่าพวกวิตามินมันก็โอเคนะ  เป็นผักผลไม้ไฟเบอร์อะไร

กินแล้วก็ถ่ายดีจริงๆ เขียวเป็นผักเชียว แต่โห เม็ดใหญ่เท่าลูกชิ้นรักบี้

ราคานี่ซื้อบัตรไปดูเดี่ยว8 แบบที่นั่งดีๆได้เลยนะ แพงshipหาย


แม่เราญาติเรา นั่งกินเชคชงเอง ใส่นมใส่ผงอะไรเขย่าๆแช่เย็น

พูดตรงๆรสชาติก็อย่างอ้วก เห็นแล้วก็อยากอ้วก แค่คิดจะกินก็ผอมแล้วอะ

พอซื้อมาแล้วขายไม่ออก ไปให้มันช่วยขาย รับคืน มันก็ไม่รับคืน

ไอ้ที่โทรมาทุกวัน พอเสียเงินค่าโง่จนมันอัพไปไม่รู้กี่ระดับก็เงียบไป

สุดท้ายก็ได้แต่ยอมรับว่าโง่เอง ก็อ่านเอาละกัน คิดแล้วหงุดหงิด

อีเมลมันยังส่งมากวนใจ เปลี่ยน topic ไปเรื่อยๆๆๆ

ที่ จขกท เล่ามาด้านบนเป็นเรื่องจริงทุกประการนะ เราก็เคยได้ยิน

คนรู้จักเล่ามาเหมือนกัน เตือนแล้วก็ไม่เชื่อ ไอ้ตึก allseason นั่นแหละ

ขออย่าให้ใครหลงเชื่อมันอีกเลย สาธุ !




--------------------------------------




น้องคนรู้จักเคยโดนหลอกไปฟัง...ฟังเสร็จละอินโคตรๆ
ออกมามึนเหมือนโดนมนต์ ตื้อที่บ้านจะเอาเงินให้ได้
แต่พี่ชายเค้าเป็นตร. เลยไปเเถวนั้นเอาทะเบียนรถมาตรวจ
(เค้าอ้างว่ารถคันนี้เป็นของคนนั้น ทำงานละขับเบนซ์)
ปรากฎ...เป็นรถเช่ามาทั้งหมดเลย -_-!! ซึ้งสนิทหายบ้าเลย




---------------------------------------




เราอยากจะบอกว่าเราก็เคยเจอแต่แค่คุณลองใช้สติคิดให้ ดีสิคะว่าแค่คุณทำงานจาก internet วันละไม่กี่ชั่วโมงจะหาเงินได้หลักแสนหลักล้านเหรอ ความโลภทำให้เราโดนหลอก ถ้าอย่างนั้นพวกคุณไม่ต้องเรียนหนังสือกันแล้วล่ะค่ะ ปริญญาโทยังไม่ได้เงินเยอะขนาดนั้นเลย




-----------------------------------------



เคยไปที่ตึก Thai CC ค่ะ

อยากรู้ว่างาน part time อะไรได้เงินดีเลยลองส่งข้อมูลไป
เข้า ไปแล้วหนวกหูมาก คือเปิดดนตรีเสียงดัง โฆษณาว่าผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพกำลังมาแรงอย่างนั้นอย่างนี้ ... ใจเราไม่อยากฟังพวกนี้ แต่ด้วยความอยากรู้ว่าจะมีระบบทำงานอะไรที่มัน work มั๊ย เลยทนฟังต่อไปเรื่อยๆ

ซักพักก็มีคนซักประมาณ 20-30 คนต่อคิวขึ้นมาบอกว่า เริ่มงานกับ Herballife มากี่ปี สิ้นเดือนที่แล้ว Herbalife จ่ายให้ xxx บาท ขอบคุณ Haerballife ค่ะ/ครับ (เรียงลำดับคตั้งแต่หลักหมื่นยันหลักล้าน)
ทุกคนพูดจบก็จะมีเสียงกรี๊ดจากหน้าม้าด้านหลังประกอบกับเสียงดนตรีที่ดังจนแก้วหูสั่น

จนสุดท้ายเค้าบอกว่าให้แยกกลุ่มคุยกับผู้ที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายแหล่ ..แต่ตอนนั้นรู้ทันละ เลยไม่เข้ากลุ่ม กลับบ้านเลยดีกว่า

เราโชคดีว่าคนที่เค้าชวนไม่ตื้อ เลยจบไปแบบไม่เสียความรู้สึกมาก

เรื่องขำขำ ในหลวงของเรา


เรื่องขำขำ ในหลวงของเรา


àÂà¸à¸«à¸¥à¸§à¸, à¸à¸£à¸°à¸£à¸à¸à¸­à¸à¸£à¸¡à¸àà¸à¸±à¸

   
-  ระยะแรกราวปี พ.ศ.2498 เป็นต้นมา คราใดที่เสด็จพระราชดำเนิน
แปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวลนั้น จะทรงขับรถยนต์พระที่นั่ง
ไปยังท้องที่ห่างไกลทุรกันดารย่านหัวหิน หนองพลับแก่งกระจาน ด้วยพระองค์เอง ทำนองเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ห้า โดยที่ราษฎรไม่รู้ตัวล่วงหน้าว่
ทรงมาถึงแล้ว
วันหนึ่งทรงขับรถยนต์พระที่นั่งผ่านไปถึงยังบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านหมู่บ้าน
ห้วยมงคล อำเภอหัวหิน ซึ่งราษฎรกำลังช่วยกันตบแต่งประดับซุ้มรับเสด็จกัน
อย่างสนุกสนานครื้นเครง และไม่คาดคิดว่าเป็นรถยนต์พระที่นั่งส่วนพระองค์ ต้องให้ในหลวงเสด็จฯก่อนแล้วพรุ่งนี้ถึงจะลอดผ่านซุ้มได้..
"
วันนี้ห้ามลอดผ่านซุ้มนี้ เพราะขอให้ในหลวงผ่านก่อนนะ.. ทรงขับรถพระที่นั่งเบี่ยงข้างทางไม่ลอดซุ้มดังกล่าว"
วันรุ่งขึ้นเมื่อทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร
ในหมู่บ้านนี้อย่างเป็นทางการพร้อมคณะข้าราชบริพารผู้ติดตามและ
ทรงมีพระดำรัสทักทายกับชายผู้นั้นที่เฝ้าอยู่หน้าซุ้มเมื่อวันวานว่า
"
วันนี้ฉันเป็นในหลวง..คงผ่านซุ้มนี้ได้แล้วนะ.."


 -  
มีเรื่องนึงเคยฟังจากผู้ใหญ่เล่าเมื่อนานมาแล้ว มีช่างไปทำฝ้าเพดานในวัง คนนึงกำลังยืนบนบันได ส่วนหัวอยู่ใต้ฝ้า อีกคนคอยจับบันไดอยู่ด้านล่าง พอดีในหลวงเสด็จมา คนที่อยู่ข้างล่างเห็นในหลวงก็ก้มลงกราบ คนอยู่ด้านบนไม่เห็น ก็บอกว่า "เฮ้ย จับดีๆ หน่อยสิ อย่าให้แกว่ง"
ในหลวงทรงจับบันไดให้ เค้าก็บอกว่า "เออ ดีๆ เสร็จงานนี้จะให้เป็นช่างจริง"

(
สงสัยคงจะเพิ่งเข้ามาทำงานยังไม่ผ่านโปร) พอเสร็จก็ก้าวลง พอเห็นว่าในหลวงเป็นคนจับบันไดให้ ถึงกับเข่าอ่อน จะตกบันได 
รีบลงมาก้มกราบ
ในหลวงทรงตรัสกับช่างว่า "แหม ดีนะที่ชมว่าใช้ได้ แถมจะปรับตำแหน่งให้เป็นช่างอีกด้วย" 


 -  
เรามีเรื่องเล่าเกี่ยวกับท่านให้เพื่อนๆ ฟังตั้งหลายเรื่อง วันนี้เริ่มเรื่องนี้ก่อนแล้วกันนะ เรื่องมีอยู่ว่า เหตุการณ์เมื่อปี 2513 วันนั้นท่านทรงเสด็จไปหมู่บ้านท้ายดอยจอมหด พร้าว เชียงใหม่ ผู้ใหญ่บ้านลีซอกราบทูลชวนให้ไปแอ่วบ้านเฮา ท่านก็ทรงเสด็จ ตามเขาเข้าไปบ้านซึ่งทำด้วยไม้ไผ่และมุงหญ้าแห้ง เขาเอาที่นอนมาปู
สำหรับประทับ แล้วรินเหล้าทำเองใส่ถ้วยที่ไม่ค่อยจะได้ล้างจน มีคราบดำๆ จับ ทางผู้ติดตามรู้สึกเป็นห่วง เพราะปกติไม่ทรงใช้ถ้วยมีคราบ จึงกระซิบทูลว่า ควรจะทรงทำท่าเสวย แล้วส่งถ้วยมาพระราชทานผู้ติดตามจัดการเอง แต่ท่านก็ทรงดวดเอง กร้อบเดียวเกลี้ยง ตอนหลังทรงรับสั่งว่า

"
ไม่เป็นไร แอลกอฮอล์เข้มข้นเชื้อโรคตายหมด" ซึ้งไหมหล่ะ 




 -  
เคยมีคนเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งพ่อหลวงทรงเสด็จไปทีตลาดสด ทรงแวะไปเสวยก๋วยเตี๋ยว แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว เห็นก็สงสัย จึงทูลถามท่านว่า
"
ทำไมหน้า เหมือนในหลวงจัง?"
ท่านไม่ตอบอะไรได้แต่ยิ้มๆ ทรงจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวแล้วตรัสชมว่า
ก๋วยเตี๋ยวอร่อย ส่วนแม่ค้ามารู้ที่หลังว่าเป็นท่านก็ได้แต่ปลื้ม 

 -  
ผู้หญิงตกเป็นของใคร
บางครั้ง ในหลวงของเราก็ต้องทรงทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับปัญหาครอบครัว เช่น ชาวเขาคนหนึ่งได้มากราบบังคมทูลร้องทุกข์ว่า เขาได้ให้หมูสองตัวกับเงินก้อนหนึ่งแก่เมีย แต่เมียพอได้เงินแล้วกลับหนีตามชู้ไป พระองค์ก็ทรงตัดสินว่า สามีจะต้องได้รับเงินชดใช้ และให้ปล่อยภรรยาไปตามใจของเธอ ญาติของทั้งสองฝ่ายก็พอใจ
รับสั่งเล่าด้วยพระราชอารมณ์ขันว่า
แต่ที่แย่ก็คือ ฉันต้องควักเงินให้ไป… ผู้หญิงนั้นก็เลยต้องตกเป็นของฉัน” รับสั่งแล้วก็ทรงพระสรวล
สักครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นก็นำสุราพื้นเมืองมาถวาย
ถ้าฉันเมาพับไป อะไรจะเกิดขึ้น ก็ไม่รู้…” Ã Âà¸à¸«à¸¥à¸§à¸, à¸à¸£à¸°à¸£à¸à¸à¸­à¸à¸£à¸¡à¸àà¸à¸±à¸

 -  "
สามร้อยตุ่ม"
มีหลายหนที่ทรงงานติดพันจนมืดสนิท ท่ามกลางฝูงยุงที่รุมตอมเข้ามากัดบริเวณพระวรกาย รอบพระศอ พระกร พระพักตร์ รวมทั้งแมลงตาง ๆ ที่เข้ามารุมรบกวนพระองค์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะยังทรงทอดพระเนตรแผนที่อยู่ภายใต้แสงไฟฉายที่มีผ้ส่องถวายอยางไม่สะดุ้นสะเทือน อย่างมากที่ทรงทำคือโบกพระหัตถ์ปัดไล่เบา ๆ เท่านั้น
ครั้งหนึ่งทรงมีรับสั่งเล่าเรื่อง "ยุง" ด้วยพระอารมณ์ขันว่า

"..
ที่บางจาก แต่ไม่มีจากหรอกนะ ยุงชุมมากเลย ไปยืนดูแผนที่ เลยโดนยุงรุมกัดขาทั้งสองข้าง กลับมาขาบวมแดง ไปสกลนครกลับมาแล้วถึงได้ยุบลง มองเห็นเป็นตุ่มแตง ลองนับดูได้ข้างละร้อยห้าสิบตุ่ม สองข้างรวมสามร้อยพอดี.."
 

 -  
พระองค์ท่านเสด็จไปที่จังหวัดสกลนครเพื่อเยี่ยมเยียนชาวบ้าน
และพระองค์ก็ทรงตรัสถามชายคนหนึ่งที่มาเข้าเฝ้
เพราะแขนเจ็บเข้าเฝือก
ในหลวงทรงรับสั่งถามว่า "แขนเจ็บไปโดนอะไรมา"
ชายคนนั้นตอบว่า "ตกสะพาน "
แล้วในหลวงทรบรับสั่งกลับไปอีกว่า
"
แล้วแขนอีกข้างหนึ่งละ"
ชายคนนั้นก็ตอบกลับมาอีกว่า
"
แขนข้างนี้ไม่ได้ตกลงไปด้วย ตกข้างเดียว"
ในหลวงของเราก็ทรงพระสรวล


 -  
พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรที่ทางภาคใต้
คือจังหวัดนราธิวาส ทางใต้นี้มีปัญหาเรื่องดินเป็นกรด มีความเค็ม
พระองค์จึงทรงรับสั่งถามกับชาวบ้านที่มาเฝ้ารับเสด็จว่า

"
ดินหลังบ้านเป็นอย่างไร เค็มไหม "
ชาวบ้านก็มองหน้ากันแล้วทำหน้างง
ก่อนตอบกลับมาว่า "ไม่เคยชิมซักที"
ในหลวงก็รับทรงสั่งกับข้าราชบริภารที่ ตามเสด็จว่า
"
ชาวบ้านแถวนี้เขามีอารมณ์ขันกันดีนะ"




 
-  ในขณะที่ในหลวงท่านทรงประชวรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง มีข้าราชบริพารเข้าเยี่ยมจำนวนมาก ทุกคนคงจำได้ที่เป็นข่าวใหญ่โตที่นายกฯ(คนนั้นแหล่ะไม่อยากจะเอ่ย) บังอาจถวายบัตร 30 บาท ให้พระองค์ เพื่อใช้สิทธิ์ สร้างความแค้นเคืองใจให้พสกนิกรชาวไทยทุกคน แต่ไม่มีใครรู้เบื้องหลังว่าพระองค์ทรงตอบว่าอย่างไร
ในหลวงทรงตรัสว่า "ไม่เป็นไรหรอก หากข้าพเจ้าไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้ แต่คงสามารถใช้บัตรผู้สูงอายุได้ หรือจะใช้สิทธิข้าราชการของบุตรี (ฟ้าหญิง) ก็ได้"
ท่านพูดเสียงเรียบ ๆ ไม่ได้รู้สึกว่าถูกลบหลู่เลย พูดเสร็จก็ยื่นบัตรทองใบนั้น ให้นายกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สู ฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ว่าท่านตอบได้น่ารักมาก เคยมีคนถามผมว่า นับถือใครมากที่สุด คิดถึงคนแรกและคนเดียวเลยคือ ในหลวง ท่านเหนือกว่ากษัตริย์ใดในโลกหล้า ยิ่งใหญ่กว่าวีรบุรุษคนใดในตำนาน มีคุณธรรมประเสริฐล้ำเทียบพระโพธิสัตว์ ขอถวายความจงรักภักดีจนกว่าชีวีจะหาไม่ 


 -  
.....เราจับได้แล้ว..... 
ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ....ครั้งหนึ่งในงานนิทรรศการ "ก้าวไกลไทยทำ" วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2538 The BOI Fair 1995 commemorates the 50th Anniversary of His Majesty King Bhumibol Adulyadej's reign"
(Board of Investment Fair 1995 BOI) 
หลังจากที่เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามศาลาการแสดงต่างๆ ก็มาถึงศาลาโซนี่ (อิเล็กทรอนิกส์) ภายในศาลาแต่งเป็น "พิภพใต้ทะเล" โดยใช้เทคนิคใหม่ล่าสุด "Magic Vision" น้ำลึก 20,000 league จะมีช่วงให้แลเห็นสัตว์ทะเลว่ายผ่านไปมา ปลาตัวเล็กๆ สีสวยจะว่ายเข้ามาอยู่ตรงหน้า ข้อสำคัญเขาเขียนป้ายไว้ว่า... ถ้าใครจับปลาได้เขาจะให้เครื่องรับโทรทัศน์ พวกเราไขว่คว้าเท่าไหร่ก็จับ ไม่ได้ เพราะเป็นเพียงแสงเท่านั้น แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า "เราจับได้แล้ว" พร้อมทั้งทรงยกกล้องถ่ายรูปชูให้ผู้บรรยายดู แล้วรับสั่งต่อ "อยู่ในนี้" ต่อจากนั้นคงไม่ต้องเล่า เพราะเมื่ออัดรูปออกมาก็จะเป็นภาพปลาและจับต้องได้ บริษัทโซนี่จึงต้องน้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องรับโทรทัศน์ตามที่ประกาศไว้... 

 -  .....
ทุกข์ยามดึก..... 
พลตำรวจตรีสุชาติ เผือกสกนธ์ ผู้อำนวยสำนักงานโครงการพระดาบส อดีตอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข ....การที่ได้ทรงพระกรุณารับฟัง และติดต่อทางวิทยุตำรวจเป็นประจำ จึงทรงทราบความลำบาก ความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย

.....
ตำรวจประจำตู้ยามบางคนคับแค้นใจ เกี่ยวกับปัญหาครอบครัว ปัญหาการครองชีพ เมื่อเสพสุราแล้วครองสติไม่ได้ ไม่รู้จะระบายความในใจกับใคร จึงได้พล่ามบรรยายมาทางวิทยุ

.....
บางคนหลับยามไม่พอกดคีย์ ไมโครโฟนค้าง ทำให้มีเสียงกรนออกอากาศมาด้วย

.....
บางคนตะโกนร้องเพลงลูกทุ่ง ออกอากาศมาเป็นการแก้เหงา ก็มี

..... 
ที่จัดได้ว่าโชคดี คือ ศูนย์ควบคุมข่ายตำรวจแห่งชาติ "ปทุมวัน" กล่าวคือ ในยามดึกวันหนึ่ง .....พนักงานวิทยุคนหนึ่งได้ระบายความเดือดร้อน เนื่องจากหิวโหยไม่สามารถ หาอาหารรับประทานได้เพราะต้องเข้าเวร เมื่อทรงรับฟังแล้วทรงสงสาร จึงได้รับสั่งทางวิทยุกับผู้เขียนในฐานะที่เป็น ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้นโดยตรงว่า

"
โปรดเกล้าฯ พระราชทานตู้เย็นเพื่อ เก็บอาหารสำรอง สำหรับเวรยามดึกให้ ตู้"



 -  
ทรงพระนามว่าเกาะช้าง
ครั้งหนึ่ง พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน ทางทะเล ระหว่างทางผ่านเกาะช้าง ทรงถาม ข้าราชการท้องถิ่นคนหนึ่งว่า เกาะนั้นชื่ออะไร” ข้าราชการทูลตอบว่า เกาะนั้นทรงพระนามว่า
เกาะช้างพะย่ะคะ” ตรัสว่า ถ้างั้นก็เป็นญาติกับฉันน่ะสิ” (ถ้างงก็กลับไปอ่านอีกรอบ)

 -  
ส่งเสี่ยกลับวัง
เมื่อสมัยก่อนเสด็จแปร พระราชฐานไปยังหัวห??น มักจะเสด็จออกไปยังตลาดหัวหินบ่อยครั้ง และบางครั้งโดยลำพังพระองค์ มีครั้งหนึ่งระหว่างจะ เสด็จกลับ ซาเล้งที่ตลาดทูลถามว่า
ไปไหมเสี่ย” ปรากฎว่าเสี่ยพระองค์นี้สนพระทัยก็ตรัสจ้างไปยัง พระราชวังไกลกังวล โดยที่ซาเล้งคนนั้นไม่รู้ นึกว่าเป็น ข้าราชการ แต่พอถึงหน้าพระราชวัง ทหารสั่ง วันทยาวุธ เท่านั้นแหละ ซาเล็งถึงรู้ว่า เสี่ยที่มาส่งน่ะเป็นใคร 

 
เคยมีคนต่างชาติสงสัยว่า ทำไมคนไทยรักในหลวง"

คำตอบคือ .............คุณมีเวลามากพอที่จะฟังหรือเปล่า "





เหตุใดทรงไม่โปรดเสวยปลานิล

             


"
เหตุใดจึงไม่โปรดเสวยปลานิล" มีใจความว่า..
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่โปรดเสวยปลานิล ทุกครั้งที่มีผู้นำปลานิลไปตั้งเครื่องเสวย จะโบกพระหัตถ์ให้ย้ายไปไว้ที่อื่น โดยไม่รับสั่งอะไรเลย

จนวันหนึ่งมีผู้กล้าหาญชาญชัยกราบบังคมทูลถามว่า เพราะเหตุใดจึงไม่โปรดเสวยปลานิล มีรับสั่งว่า
ก็เลี้ยงมันมาเหมือนลูก แล้วจะกินมันได้อย่างไร

เรื่องนี้มีตำนาน เชิญอ่าน
20 
ปีก่อน ราวพุทธศักราช 2524 แรกครั้ง พระจักรพรรดิอากิฮิโต แห่งญี่ปุ่น ยังทรงฐานันดรศักดิ์เป็นมกุฎราชกุมาร ได้ส่งปลานิลทางเครื่องบินจำนวน 100 ตัวมาทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง ปรากฏว่า เมื่อเดินทางมาถึงเมืองไทย ปลาตายเกือบหมด เหลือรอดแบบใกล้ตายเพียง 10 ตัว

ในหลวงทรงเป็นห่วงเป็นใยปลานิลเหล่านี้ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้นำ ไปไว้ในพระที่นั่ง ทรงเลี้ยงอย่างประคบประหงม ให้อาหารด้วยพระองค์เอง จนปลานิลทั้ง 10 ตัวรอดชีวิต

แล้วปลานิลทั้ง 10 ตัว ได้สนองพระเดชพระคุณแพร่พันธุ์ไปอีกมากมาย ตามพระราชประสงค์เป็นอาหารคนไทย 62 ล้านคน มาจนถึงทุกวันนี้ 

คัดลอกจาก สาระแนดอทคอม

       
          

ภาพหลอดยาสีฟันที่เห็นนี้ ต้องเรียกว่าเป็นหลอดยาสีพระทนต์ประวัติศาสตร์
 เพราะนี่คือ หลอดยาสีพระทนต์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เห็นแล้วรู้สึกเหมือนผมไหมครับ ความฉ่ำเย็นจากที่ไหนก็ไม่รู้อาบลงมากลางกระหม่อมเลย

ภาพนี้ถูกตีพิมพ์เป็นโปสเตอร์โดยคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ฯ
 ครูที่โรงเรียนของลูกผม ไปพบเข้าเลยนำมาถ่ายสำเนา
ติดบอร์ดให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจคำว่า "ประหยัด"
 ศาสตราจารย์พิเศษทันตแพทย์หญิงท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ทันตแพทย์ประจำพระองค์ อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนเล่าให้ฟังว่า

Re: ในหลวงของเรา 
« ตอบ #32 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2006, 23:55:42 »






เรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่าน
อ่านครั้งใดก็ชุ่มชื่นหัวใจเสมอ

ท่านเป็นบุคคลพิเศษที่วิเศษมาก

ไม่สามารถจะหาคำใด

มาอธิบายคุณลักษณะของพระองค์ให้ครบถ้วน

 ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน



ส่งเมลล์นี้ให้คนที่เรารักได้สัมผัสถึง
เรื่องของคนคนหนึ่ง
ที่รักเราทุกๆคนทั้งประเทศ
 

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

รัก....แบบไหน ที่ใจต้องการ

วันหนึ่งถ้าชีวิตหวนคืนมาสู่ทางสายเก่า..
ที่เคยทำให้คุณมีความสุขระหว่างเดินทางในแต่ละก้าว..จงอย่าเดินเลี่ยงมันไปอีก
เพราะน้อยนักที่ถนนสายเดิมยังคงสภาพเดิมเพื่อรอให้คุณเดินย้อนกลับมา..
ลองเดินต่อไปสิ..บางทีคุณอาจจะเจอจุดหมายที่คุณค้นหามาตลอดชีวิต
ในเส้นทางที่คุณเคยเดินเลี่ยงมันไปก็ได้...

วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

10 เงื่อนไขรักซ้อน (แบบไม่ซ่อนเงื่อน)

10 เงื่อนไขรักซ้อน (แบบไม่ซ่อนเงื่อน)

*1. **อยู่บนพื้นฐานของความรัก
*ก่อนที่คุณจะก้าวเข้าสู่วงโคจรรักซ้อนแบบนี้
คุณต้องถามตัวเองให้แน่ใจก่อนว่า นี่คือความรักใช่หรือไม่
เพราะถ้าเป็นแค่เกม เกมหนึ่งหรือแค่ความวูบวาบหวั่นไหวไปตามอารมณ์
อาจมีคนต้องเจ็บปวดเพราะความคะนองของคุณก็เป็นได้
แต่ถ้ามันเป็นความรักจริงๆ คุณจะควบคุมจิตใจคุณได้
และใช้เหตุผลเข้ามาช่วยตัดสินใจบ้าง*

2. **ใช้ความยับยั้งชั่งใจ*
ระงับความรู้สึกที่มันพลุ่งพล่าน
ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องดึงจิตสำนึกส่วนนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์
แม้ว่าการใช้ชีวิตตามความรู้สึกจะนำพาคุณให้บรรลุความปรารถนาได้ก็ตาม
ทีแต่เงื่อนไขของรักซ้อนคือความยับยั้งชั่งใจ
จากนั้นใช้ความรู้สึกที่เหลือแสดงออกไป
การทำเช่นนี้จะทำให้คุณมีคุณค่าและดูมีเหตุผล
ในขณะที่คุณได้ทำตามความปรารถนาของคุณเองด้วย*

3. **หาคู่คิด
*เพื่อหามุมมองต่างๆ มาหักลบกลบหนี้
และหาทางออกให้กับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะถ้าคุณคิดอยู่คนเดียว
อาจทำให้หน้ามืดตามัวขึ้นมาก็ได้ แต่อย่ากระโตกกระตากเป็นอันขาด
เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดได้ง่าย และหมิ่นเหม่เป็นอย่างยิ่ง
ถ้ายิ่งมีคนไม่เข้าใจ คุณจะยิ่งเป็นทุกข์ คุณควรมีคู่คิดที่เป็นคู่คิดจริงๆ
ว่าเขาจะเก็บรักษาเรื่องราวของคุณได้ ราวกับรักษาเรื่องของตัวเอง*

4. **มีขอบเขตและเงื่อนไข
*กำหนดมันขึ้นมาเลย ว่าคุณจะให้ความรู้สึกหรือใจกับคนๆ นั้นได้แค่ไหน
โดยที่ไม่เบียดเบียน หรือทำให้ใครต้องเจ็บปวด
ให้รักครั้งนี้เป็นความรักที่หวือหวาที่สุดในชีวิตคุณ
แต่เงียบที่สุดในชีวิตของเขา แล้วทำตามเงื่อนไขที่คุณกำหนดให้จงได้*

5.* *ยอมรับความจริงและเผื่อใจ*
ห้ามหลงตัวเอง ห้ามหลอกตัวเอง นั่นหมายความว่า
คุณต้องรู้จักสถานะตัวเองดีพอที่จะประเมินสถานการณ์ทุกอย่างบนความจริงได้
และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า ก็ตามแต่
คุณต้องรับมันและผ่านไปให้ได้
ไม่แน่ว่า
ความรักครั้งนี้อาจเป็นหนทางทำให้คุณรู้จักตัวเองอีกแง่มุมหนึ่งของชีวิต
ที่คุณไม่เคยรู้ตัวมาก่อนก็เป็นได้
ในเมื่อคุณก้าวเข้ามาในวังวนความรักแบบนี้
คุณต้องรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าความทุกข์จะต้องรออยู่ข้างหน้า
ฉะนั้นเตรียมรับมือไว้ได้เลย แต่มันก็คุ้มค่าไม่ใช่หรือที่จะแลกกัน*

6.* *อย่าคาดหวังเป็นอันขาด*
เป็นเรื่องพื้นๆ ที่มีคนกล่าวว่าที่ความผิดหวังเกิดขึ้นได้
ก็เพราะเราคาดหวังมันเอง แล้วคุณจะหวังอะไรกับรักต้องห้ามครั้งนี้ได้
ห้ามแม้แต่จะคิดหวังจะให้เขามาเป็นของคุณ
แค่ได้รักกันก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นแล้ว*

7. **อย่าทำให้ใครต้องเจ็บปวดกับเรื่องนี้*
นี่คือเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดสำหรับความรักแบบต้องห้าม
มิเช่นนั้นความรักของคุณจะเป็นพิษทันที
ถ้ามันจะทำให้ใครสักคนมีอันต้องเจ็บปวดขึ้นมา*

8. **ห้ามก้าวก่าย
*ความหมายคล้ายๆ "กิ๊ก" เหมือนกัน
เพียงแต่จริงจัง จริงใจกว่ากันหลายขุม
ที่ต้องห้ามไปก้าวก่ายในชีวิตเธอก็เพราะคุณไม่มีสิทธิ์ในชีวิตของเขาคนนั้น
คุณแค่รักกัน แต่คุณไม่ใช่ของกันและกัน*

9. **ปรนเปรอความสุข*
ให้คนที่คุณรักด้วยการสรรหาสิ่งดีๆ
ให้ซึ่งกันและกันอย่างเต็มใจไม่ปรุงแต่งให้มากมาย
ให้ความรักเป็นสิ่งสวยใส ไม่ขุ่นมัวจะดีกว่า
เป็นการถนอมรักด้วย เขาจะรู้สึกดีแค่ไหน
ที่มีคุณก้าวเข้ามาในชีวิต แล้วก็มอบแต่สิ่งดีๆ
ให้เท่าที่ให้ได้จากตำแหน่งที่คุณยืนอยู่
เพราะคุณไม่สามารถที่จะล่วงล้ำอาณาเขตมากไปกว่านี้อีกแล้ว*

10. **เติมเต็มในสิ่งที่เขาขาดหาย*
แน่นอนเขากำลังมองหาส่วนที่ขาดหายอยู่แน่ๆ
ไม่งั้นเขาคงไม่คิดจะเปิดรับคุณเข้ามาได้หรอก
เพราะฉะนั้นผู้โชคดีที่จะไปเติมส่วนขาดให้เขา คือคุณนั่นเอง
เรื่องนั้นอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ชีวิตเขาไม่เคยพบเจอ
และหาไม่ได้จากคนที่เป็นตัวจริงของเขา
เป็นความหวาน เป็นความประทับใจ
ที่ตกหล่นหายจากชีวิตเขาไปเนิ่นนานแล้วก็ได้
ทำให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ส่วนเกินที่ต้องตัดทิ้ง*

*แล้วรักสามเส้าจะได้ไม่กลายเป็นรักสามเศร้าให้คุณต้องกินข้าวเคล้าน้ำตา
และกระอักกับความรักจนต้องหวาดผวากับมันไปจนชั่วชีวิต.......
ความรักมักซับซ้อน ซ่อนเงื่อนไว้แบบนี้ แต่ในความซับซ้อนนั้น
ก็ยังอยู่บนพื้นฐานของความเรียบง่ายอยู่ดี ถ้าความรักยังเป็นความรักอยู่

*เวลาเราเดินหกล้ม ไม่ใช่ความผิดของถนนเส้นนั้นหรอก **
**ความรักก็เช่นกัน มิใช่หรือ ...**